รัวอาก้าถล่ม ดับ'นายกเล็ก''ท่าช้างคล้อง'เมืองเลย มุ่งปมการเมืองท้องถิ่น
มือปืนพระกาฬรัวอาก้าถล่มนายกเทศ มนตรีเทศบาลตำบลท่าช้างคล้อง จ.เลย ร่างพรุนตายสยองคารถกระบะ ขณะขับเข้าบ้านพัก เผยซุ่มรอเหยื่อกลางดึกพอเหยื่อจอดรถให้เมียลงไปเปิดประตู บุกกราดยิงระยะเผาขนสิ้นใจตายอนาถ ตร.มุ่งปมการเมืองท้องถิ่น เพราะเคยร้องเรียนกกต. ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง จนได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ในภายหลัง สั่งล่าตัวคนร้ายทันควัน
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 พ.ย. พ.ต.ท.จงรักษ์ นามอั้ง สารวัตรเวร สภ.ผาขาว จ.เลย รับแจ้งจากร.พ.ผาขาว ว่า มีคนถูกยิงมาเสียชีวิตที่ร.พ. จึงรายงานพ.ต.อ.สราวุธ ศรีชัย ผกก. พ.ต.ท.วิโรจน์ ตระกูลวงษ์ รอง ผกก.สส. รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพนายยุทธศิลป์ ป้านภูมิ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 หมู่ 3 บ้านพวยเด้ง ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าช้างคล้อง และเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอำเภอผาขาว ถูกยิงด้วยปืนอาก้าเข้าที่สีข้าง 1 นัด เอว 1 นัด และที่โคนขา 1 นัด เสียชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัด จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่กำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าบ้านเลขที่ 35 หมู่ 12 บ้านพวยเด้ง ต.ท่าช้างคล้อง เพื่อสอบปากคำพยาน
เมื่อไปถึงพบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บธ 1975 เลย ของผู้ตาย จอดอยู่ในสภาพประตูด้านขวามีรอยกระสุนพรุนไปหมด ที่พื้นพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 16 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา นายยุทธศิลป์ พร้อมนางณัชชา ป้านภูมิ ภรรยา ซึ่งทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่ร.พ.ผาขาว เดินทางไปร่วมเปิดงานลอยกระทงที่หน้าที่ว่าการอำเภอผาขาว หลังจากนั้นจึงพากันเดินทางกลับมาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านแม่ยายของนายยุทธศิลป์ ขณะที่นายยุทธศิลป์ จอดรถหน้าบ้านให้ภรรยาลงไปเปิดประตูรั้ว ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ กรูเข้ามาใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่ทันที ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความมืดหลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุเกิดจากการเมืองท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้นายยุทธศิลป์ เคยดำรงตำแหน่งนายกอบต.ท่าช้างคล้องมา 1 สมัย เมื่อยุบอบต. ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบล มีการเลือกตั้งใหม่ ปรากฏว่านายยุทธศิลป์ แพ้การเลือกตั้ง จึงเข้าร้องเรียนกับทางกกต.ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ในปลายปีཱ ทำให้นายยุทธศิลป์ ได้กลับเข้ามาครองตำแหน่งอีกครั้ง กระทั่งมาถูกลอบสังหารจนได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายเป็นมืออาชีพ ทำงานเป็นทีมและมีความชำนาญในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
หน้า 1
ฆ่านายกเล็ก - คนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงถล่มนายยุทธศิลป์ ป้านภูมิ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว จ.เลย ขณะจอดรถหน้าบ้านแม่ยาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปเสียชีวิตที่ร.พ.ผาขาว คาดสาเหตุขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น เมื่อ 10 พ.ย. |
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 พ.ย. พ.ต.ท.จงรักษ์ นามอั้ง สารวัตรเวร สภ.ผาขาว จ.เลย รับแจ้งจากร.พ.ผาขาว ว่า มีคนถูกยิงมาเสียชีวิตที่ร.พ. จึงรายงานพ.ต.อ.สราวุธ ศรีชัย ผกก. พ.ต.ท.วิโรจน์ ตระกูลวงษ์ รอง ผกก.สส. รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพนายยุทธศิลป์ ป้านภูมิ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 หมู่ 3 บ้านพวยเด้ง ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าช้างคล้อง และเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอำเภอผาขาว ถูกยิงด้วยปืนอาก้าเข้าที่สีข้าง 1 นัด เอว 1 นัด และที่โคนขา 1 นัด เสียชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัด จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่กำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าบ้านเลขที่ 35 หมู่ 12 บ้านพวยเด้ง ต.ท่าช้างคล้อง เพื่อสอบปากคำพยาน
เมื่อไปถึงพบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บธ 1975 เลย ของผู้ตาย จอดอยู่ในสภาพประตูด้านขวามีรอยกระสุนพรุนไปหมด ที่พื้นพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 16 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา นายยุทธศิลป์ พร้อมนางณัชชา ป้านภูมิ ภรรยา ซึ่งทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่ร.พ.ผาขาว เดินทางไปร่วมเปิดงานลอยกระทงที่หน้าที่ว่าการอำเภอผาขาว หลังจากนั้นจึงพากันเดินทางกลับมาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านแม่ยายของนายยุทธศิลป์ ขณะที่นายยุทธศิลป์ จอดรถหน้าบ้านให้ภรรยาลงไปเปิดประตูรั้ว ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ กรูเข้ามาใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่ทันที ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความมืดหลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุเกิดจากการเมืองท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้นายยุทธศิลป์ เคยดำรงตำแหน่งนายกอบต.ท่าช้างคล้องมา 1 สมัย เมื่อยุบอบต. ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบล มีการเลือกตั้งใหม่ ปรากฏว่านายยุทธศิลป์ แพ้การเลือกตั้ง จึงเข้าร้องเรียนกับทางกกต.ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ในปลายปีཱ ทำให้นายยุทธศิลป์ ได้กลับเข้ามาครองตำแหน่งอีกครั้ง กระทั่งมาถูกลอบสังหารจนได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายเป็นมืออาชีพ ทำงานเป็นทีมและมีความชำนาญในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
หน้า 1
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น